คริสตจักร

การตายของอัครสาวกแต่ละคน

 

 การตายของอัครสาวกแต่ละคน!

 



พระคัมภีร์ได้บันทึกการตายของอัครทูตไว้หรือไม่? 

อัครทูตแต่ละคนได้ตายลงอย่างไร?

 

              พระคัมภีร์ได้บันทึกการตายของอัครทูตไว้เพียงคนเดียวคือยากอบ (กิจการของอัครทูต 12:2) 
โดยกษัตริย์เฮโรดได้ฆ่าท่าน “ด้วยดาบ” และมีการอ้างอิงที่จะเป็นไปได้เช่นเดียวกันว่าเค้าอาจจะถูกตัดศรีษะ 
ส่วนการตายของอัครทูตคนอื่นๆ นั้นจะรู้ได้โดยการสอนของแต่ละคริสตจักรเท่านั้น ดังนั้นเราจึงไม่ควรสนใจในเหตุการณ์ต่างๆ มากนัก โดยทั่วไปคริสตจักรจะกล่าวถึงการตายที่โรมบนไม้กางเขนของอัครทูตเปโตรโดยการ
กลับหัวลงมาโดยไม้กางเขนกลับลงมาเป็นรูปตัว x ซึ่งเป็นไปตามคำพยากรณ์ของพระเยซูคริสต์ (ยอห์น 21:18) ส่วน “เหตุการณ์” การตายของอัครทูตคนอื่นๆ จะกล่าวเป็นลำดับต่อไป


อัครสาวกยากอบ

ชื่อหมายความว่า "ผู้ติดตามพระเจ้า" มาจากภาษาฮีบรู ท่านเป็นพี่ชายของอัครสาวกยอห์น 
ผู้เขียนพระกิติคุณในพระพันธสัญญาใหม่ ท่านทั้งสองเป็นผู้ที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกให้มาเป็นสานุศิษย์รุ่นแรกของพระองค์ และท่านทั้งสองก็มิได้ลังเลใจที่จะติดตาม พระองค์ ท่านยากอบ
เป็นสาวกองค์แรกที่ได้หลั่งโลหิตเพื่อพระคริสต์เจ้า โดยถูกตัดศีรษะ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นราว 
ค.ศ. 42-43 ในช่วงระหว่างเทศกาลปัสกา


อัครสาวกเปโตร

เปโตร แปลว่า ศิลา พระสันตะปาปาองค์แรกของพระศาสนจักร ท่านได้ถูกจับตรึงกางเขน 
แต่ท่านได้ขอร้องให้เอาศีรษะทิ่มลงหิน โดยกล่าวว่า ท่านไม่สมควรที่จะตายในลักษณะเดียว
พระเยซูคริสต์เจ้า


อัครสาวกมัทธิว

ได้รับความทุกข์ทรมานจากการประกาศที่เอธิโอเปีย ท่านถูกฆ่าด้วยดาบ


อัครสาวกยอห์น 

ยอห์น แปลว่า "พรจากพระเจ้า " ท่านเป็นคนหนุ่มที่สุดในบรรดาอัครสาวก 12 คน ในขณะที่พระเยซูทรงรับการทรมานและสิ้นพระชนม์ ท่านได้ช่วยปลอบโยนนางมารีย์ และพระเยซูทรงฝากมารดาไว้ในความดูแลของท่าน อัครสาวกยอห์นได้จาริกเผยแพร่พระศาสนาในปาเลสไตน์กับพระเยซู  ได้เผชิญกับความทุกข์ยากในการประกาศโดยเขาถูกต้มด้วยน้ำมันที่เดือดจัดในอ่างขนาดใหญ่ ในระหว่างที่มีการข่มเหงเกิดขึ้นในกรุงโรม อย่างไรก็ดี ท่านเองได้รอดพ้นจากความตายอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง  แต่ต่อมายอห์นได้รับการตัดสินให้จำคุกอยู่ในเกาะแพทมอส และท่านได้เขียนคำพยากรณ์ซึ่งอยู่ในหนังสือวิวรณ์ที่เกาะนี้นั้นเอง หลังจากนั้นท่านได้เป็นอิสระและกลับไปประกาศในที่ซึ่งเป็นประเทศตุรกีในปัจจุบัน และได้แก่ชราจนสิ้นชีวิต และเป็นอัครทูตเพียงคนเดียวที่ตายอย่างสงบ


อัครสาวกฟิลิป

ฟิลิปหมายความว่า "ผู้รักม้า" ซึ่งมาจากภาษากรีก อัครสาวกฟิลิปได้เดินทางไปจาริกประกาศข่าวประเสริฐ ยังประเทศในแถบเอเซียไมเนอร์ และถูกฆ่าตายด้วยการตรึงกางเขนในปี 80


อัครสาวกธัดเดอัส
 (ยูดาบุตรยากอบ) 

ธัดเดอัส มาจากภาษาอารามัย ท่านเป็นหลานชายของนางมารีย์ ในหนังสือกิจการอัครทูต 
เรียกท่านว่า "ยูดาบุตรยากอบ" อัครสาวกธัดเดอัสได้ไปประกาศเทศนาสั่งสอน ยังประเทศเปอร์เซีย ที่สุดท่านได้จบชีวิตลง โดยถูกฆ่าตาย ด้วยหอกแบบที่มีขวานติดอยู่ ดังนั้นในภาพ
มักจะเห็นท่านถือหอกที่มีขวานติดอยู่


อัครสาวกบารโธโลมิว หรือ นาธานาเอล

บาร์โธโลมิว แห่งเมืองกานา บุตรชาวไร่ ท่านยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า "นาธานาแอล" สำหรับ
ชื่อของท่านนั้น "บาร์โธโลมิว" แปลว่า "ลูกของผู้กล้าหาญ" อัครสาวกบาร์โธโลมิว หรือ 
นาธานาแอล ได้ไปจาริกประกาศข่าวประเสริฐที่ประเทศอาหรับและอินเดีย ท่านได้ถึงแก่กรรมที่ประเทศอามาเนีย ด้วยการถูกจับถลกหนังทั้งเป็น ได้ไปเป็นมิชชันนารีที่ทวีปเอเชีย และ
ถวายชีวิตในการรับใช้เมื่อท่านเทศนาสั่งสอนที่อามีเนีย โดยท่านได้ตายด้วยการถูกเฆี่ยนตี


อัครสาวกอันดรูว์

อันดรูว์ มีชื่อมาจากภาษกรีก หมายความว่า " สมเป็นชายชาติบุรุษ" ท่านเป็นน้องชาย
ของอัครสาวกเปโตร และเป็นลูกศิษย์ของท่านยอห์น บัปติสมา อัครสาวกอันดรูว์ได้ไปจาริกประกาศประกาศข่าวประเสริฐยัง   ประเทศกรีก รัสเซีย และโปแลนด์ ได้ตายบนไม้กางเขน
รูปตัว x ที่ประเทศกรีก หลังจากที่ท่านได้ถูกเฆี่ยนดีโดยทหาร 7 คน ซึ่งพวกเขาได้มัดอันดรูว์ด้วยเชือกที่ยาวไว้บนไม้กางเขน ซึ่งอันดรูว์ก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด เมื่อท่านถูกนำตัวไปไว้บนไม้กางเขน ท่านได้โค้งคำนับและกล่าวว่า “ข้าพเจ้ามีความปรารถนาและคาดหวังที่จะมีช่วงเวลาแห่งความสุขเช่นนี้โดยการอุทิศถวายร่างกายของพระคริสต์ให้ถูกแขวนไว้บนไม้กางเขน” และท่าน
ยังคงเทศนาสั่งสอนให้กับผู้ที่จับท่านทรมานไว้ถึง 2 วัน จนได้สิ้นใจในที่สุด


อัครสาวกซีโมน

ซีโมน เป็นศัพท์มาจากาภาษากรีก การที่เรียกท่านว่า ผู้รักชาติ ในพระกิตติคุณมัทธิวและมาระโก เรียกท่านว่า 
"ผู้รักชาติ" เพราะเหตุว่า มีการเรียกสันสนอยู่บ่อยๆ เกี่ยวกับท่าน เพราะผู้อื่นคิดว่าท่านเป็นคนเดียวกับท่าน
อัครสาวกเปรโตร (ซีโมน) แห่งกาลิลี ท่านได้ร่วมเดินทางไปประกาศศาสนากับอัครสาวกยูดา จนถึงเปอร์เซีย 
ที่นั่นท่านได้ประกาศความเชื่อโดยการยอมถูกฆ่าตายด้วยเลื่อย


อัครสาวกโทมัส

ได้ถูกแทงด้วยหอกที่อินเดียในระหว่างที่ท่านเดินทางไปตั้งคริสตจักรที่นั้น


มัทธิว

ถูกเลือกให้ไปแทนที่คนทรยศที่ชื่อ ยูดาส อิสคาริโอท ที่ถูกขว้างด้วยหิน และหลังจากนั้นก็ถูกตัดศีรษะ


อัครสาวกเปาโล

ได้ถูกทรมานและเวลาต่อมาท่านได้ถูกตัดศีรษะโดยจักรพรรดิ์เนโรแห่งกรุงโรมในปี ค.ศ.67 และสำหรับอัครทูตคนอื่นๆ นั้นก็ได้มีการกล่าวต่อกันมาแต่ก็ไม่มีประวัติศาสตร์หรือสิ่งใดๆ 
ที่จะสนับสนุนและเชื่อถือได้

 

   ไม่สำคัญว่าอัครทูตเหล่านั้นได้ตายลงอย่างไร แต่สิ่งที่สำคัญคือความจริงที่ว่าทุกคนยอมตายเพื่อ
ความเชื่อของพวกเขา หากพระเยซูไม่ได้ฟื้นคืนพระชนม์จริงๆ พวกเขาก็จะต้องรู้และแน่นอนว่าไม่มีใครยอมตายเพื่อสิ่งที่หลอกลวง และด้วยความจริงนี้เองที่ทำให้อัครทูตยอมที่จะตายอย่างทรมานและปฏิเสธที่จะเลิกล้ม
ความเชื่อที่มีต่อพระคริสต์ และเป็นพยานในเรื่องความจริงที่ว่าพระเยซูคริสต์ได้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมาจาก
ความตายแล้วนั้นเอง

ขอบคุณบทความดีๆ จาก Hope story

ปรากฏการณ์ธรรมชาติน่าตื่นตาของโลก

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดอกไม้น้ำแข็ง

 a

Ice Flowers เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สร้างความตกตลึงให้แก่ผู้พบเห็น เนื่องจากมันจะเกิดขึ้นบนทะเลที่กลายเป็นน้ำแข็ง และเกิดมีเกร็ดน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นมาเป็นช่อดอกไม้สีขาวกลีบบาง ผุดขึ้นมาเต็มพื้นน้ำแข็ง

 

สาเหตุ ของการเกิด ปรากฏการณ์ธรรมชาติดอกไม้น้ำแข็ง

* ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดอกไม้น้ำแข็ง เป็นหนึ่งในรูปแบบของแผ่นน้ำแข็ง ที่พึ่งก่อตัวขึ้นใหม่
* เมื่อไอน้ำอิ่มตัว ( Saturated Water Vapors ) ที่แทรกตัวขึ้นมาตามรอยแตกของแผ่นน้ำแข็ง
* เมื่อไอน้ำอิ่มตัว สัมผัสกับอากาศเย็นจัดด้านบนก็จะเริ่มก่อตัวเป็นเกร็ดน้ำแข็ง
* ส่วนเกลือบนที่อยู่บนผิวของเกร็ดน้ำแข็งก็จะเกิดการตกผลึก เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบนผิวของเกร็ดน้ำแข็ง
* ผลึกเกลือที่เกิดขึ้นจะเป็นเสมือนแกนให้ให้ไอน้ำอิ่มตัว ที่เหลือเกาะเป็นเกร็ดน้ำแข็งใหม่ขึ้นสลับไปมาจนซ้อนทับกันจนคล้าย กลีบดอกไม้

a

a

a

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ หินเดินได้

a

Sailing Stones เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ยังคงเป็นปริศนาที่เกิดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติเดท วัลลี่ย์ (Death Valley National Park) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ประเทศ สหรัฐอเมริกา ส่งที่พบก็คือ จะพบร่องรอยการเคลื่อนที่ของก้อนหิน ที่ทิ้งไว้บนดินเหนียวที่แห้งเป็นทางยาว โดยปรากฏการณ์ธรรมชาติ นี้จะเกิดขึ้นทุก 2 - 3 ปี ครั้ง และหินบางก้อนก็ใช้เวลากว่า 3 - 4 ปีในการเคลื่อนที่

 

ปรากฏการณ์ ดินเดินได้ เกิดจากมนุษญ์ หรือ สัตว์ หรือไม่

จากลักษณะรูปร่างของร่องรอยการไถลของหินนั้นบ่งบอกได้ว่า หินก้อนนั้นต้องเคลื่อนที่ในช่วงที่พื้นของเรซแทรคพลาย่านั้นถูกปกคลุมด้วยดินเหนียวอ่อนนุ่ม ถ้าเป็นฝีมือของคนหรือสัตว์จะต้องมีร่องรอยของการเหยียบย่ำรบกวนชั้นดิน เหนียวด้วย แต่ในบริเวณดังกล่าวไม่ปรากฏหลักฐานร่องรอยจากคนหรือสัตว์ที่จะช่วยให้หินเคลื่อนที่เลย มีเพียงร่องรอยการไถลของหินเท่านั้น



a

 

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไอส์เซอร์เคิ้ล ( Ice Circle )

a

Ice Circle ไอส์เซอร์เคิ้ล เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่พบเห็นได้ยาก และสมมุติฐานที่เป็นที่ยอมรับกันถึงสาเหตุการเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไอส์เซอร์เคิ้ลนี้เกิดจากการที่ผิวน้ำเริ่มก่อตัวเป็นน้ำแข็งจากบริเวณกึ่งกลางของผิวน้ำ แล้วค่อยๆ ก่อตัวตามขอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และต้องประกอบกับแหล่งน้ำจะต้องไหล เอื่อยๆ เพื่อให้น้ำแข็งสามารถก่อตัวบริเวณขอบ ขณะหมุนขยายตัวออกมาเรื่อยๆ จนไปชนกับขอบน้ำแข็งแผ่นอื่นๆ ไอส์เซอร์เคิ้ลบางแผ่นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 150 เมตร อาดจะพบอยู่เดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่มก็ได้

a
ไอส์เซอร์เคิ้ล วงนี้ถ่ายที่ Norwalk เมื่อ 2003

a
ไอส์เซอร์เคิ้ล วงนี้ถ่ยที่ Amasa, Michigan in 2006

 

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เมฆจานบิน

a

Lenticular เป็นภาษาลาติน มีความหมายว่า รูปทรงเลนส์ (Lens - Shaped ) เมฆรูปทรงเลนส์ ( Lenticular cloud ) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติแสนประหลาดและสวยงาม มันช่างดูคล้ายจานบินไม่มีผิด และหากปรากฏการณ์เมฆรูปทรงเลนส์เกิดขึ้นในสมัยก่อน รูปภาพวัตถุบินลึกลับต่างๆ ที่มีการจารึกไว้ก็อาจเป็นปรากฏการณ์นี้ก็เป็นไปได้

สาเหตุของการเกิด เมฆจานบิน

เมื่ออากาศชื้นอิ่มตัวพัดผ่านยอดเขาสูง หรือบริเวณภูเขา จะทำให้เกิดการไหลของกระแสอากาศชื้น แบบลูกคลื่นขนาดใหญ่หลายระลอกขึ้น เมื่ออากาศชื้นถูกพัดไหลขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ  ตามระลอกคลื่นอุณหภูมิจะค่อยลดลงเรื่อยจนถึงจุดที่ทำให้อากาศชื้นเริ่มกลั่นตัว ทำให้เกิดปรากฏการณ์เมฆจานบิน เมื่อเมฆไหลลงมาต่ำเรื่อยๆ อุณหภูมิจะสูงขึ้น เมฆจะค่อยๆ ระเหยกลับไปอยู่ในสภาพของอากาศชื้นอีกครั้ง

a
รูปทฤษฎี การเกิดปรากฏการณ์ เมฆจานบิน โดยความสูงที่จะเกิดปรากฏการณ์นี้จะอยู่ที่ระหว่าง 6,000 - 12,000 เมตร

a

a

a

 

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เมฆสวยที่สุดในโลก

a

Mammatus Clouds เมฆแมมมะทูส หรือ เมฆตะปุ่มตะปํ่า (Bumpy clouds) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่จะทำให้เมฆเกิดเป็นเซล เป็นปุ่มเล็กปุ่มน้อย คล้ายถุงห้อยลงมาจากท้องฟ้า โดยคำว่า "mammatus" มาจากภาษาลาติน mamma แปลว่าเต้านม ซี่งมาจากการที่ก้อนเมฆมีลักษณะคล้าย เต้านมของวัว โดยแต่ละปุ่มมีขนาดใหญ่ 1 - 3 กิโลเมตร ยื่นยาวลงมาประมาณ 0.5 กิโลเมตร เรียงรายยาวหลายร้อยกิโลเมตร ปรากฏการณ์ นี้อาดเกิดขึ้น 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ปรากฏการณ์ เมฆแมมมะทูส มีส่วนเชื่อมโยงกับการเกิดพายุใหญ่ หรือก่อนเกิดพายุทอร์นาโด

a

a

a

 

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ทุ่งน้ำแข็ง นักบวชขาว ( Penitentes )

a

Penitentes เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เกิดจากรูปแบบการก่อตัวของหิมะ ที่พบได้ในบริเวณที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ โดยมีรูปแบบเป็นแท่งสามเหลี่ยม เรียวยาวสูง ซึ่งสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์นี้ก็มีแสงอาทิตย์เป็นที่ทำให้เกิดรูปทรงประหลาดนี้ โดยแสงอาทิตย์จะทำให้เกิดรอยบุ่มเป็นจุดๆ กระจายตัวไปทั่วทั้งพื้นหิมะ และรอยบุ่มนี้ก็จะมีแอ่งน้ำเล็กขังอยู่ และอ่างน้ำนี้เมื่อถูกแสงอาทิตย์ก็จะทำตัวคล้ายเลนส์ รวมแสงส่องลงไปลึกขึ้นๆ เรื่อยๆ จนเกิดเป็นทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาว อันเนื่องมาจากรูปทรงของน้ำแข็งนี้คล้ายกับหมวกของพวกนักบวชทรงแหลมสูง

a
รูปทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาว Nieves Penitentes ที่ระดับความสูง 19,000 ฟุต บน Volcan Aucanquilcha
( Note ชายในรูปที่ใส่เสื้อสีเหลืองมีความสูง 1.80 เมตร )

การค้นพบทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาว

โดยทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาวนี้ เป็นที่รู้จักของบุคคลภายนอกโดยจากงานเขียน ของดาวิน ในปี 1839 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 1835 โดยเขาได้เดินทางจากเมือง Santiago de Chile ไปยังเมือง Argentinian city of Mendoza และระหว่างทางเขาก็ได้พบกับทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาวเข้า และเขาได้อธิบายปรากฏการณ์นี้ ด้วยสมมุติฐานว่าเิกิดจากลมจากเทือกเขาเอนดีส ( Andes ) และต่อมาในปี 1954-1965 Lliboutry ที่ได้ทำการศึกษาปรากฏการณ์นี้มีกุญแจสำคัญคือ ความแตกต่างของการระเหยตัวของหิมะ ซึ่งเกิดจากการที่น้ำเกิดการกลั่นตัวภายใต้จุดเยือกแข็ง จึงทำให้น้ำมีความบริสุทธิ์มาก และน้ำที่บริสุทธิ์มากก็ต้องการพลังงานที่สูงกว่าในการละลายตัว ทำให้เกิดบริเวณที่น้ำแข็งไม่บริสุทธิ์ เกิดการระเหยตัวเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ กระจายตัวไปทั่วพื้นน้ำแข็ง และละลายลึกลงเรื่อยๆ จนเกิดเป็นทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาวขึ้น

a

a
ถามว่าทำไมจึงจึงเรียกว่า ทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาว ที่มาก็คงมาจากลักษณะรูปทรงที่คล้ายหมวกที่นักบวช พวกนี้สวมใส่อยู่

 

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ สายฟ้าแห่งภูเขาไฟ สวยที่สุดในโลก

a

Volcanic Lightning เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอันมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเกิดภูเขาไฟระเบิด จะเกิดพายุสายฟ้า ขึ้นในเถ้าภูเขาไฟที่กำลังพวยพุ่งขึ้นเหนือภูเขาไฟ โดยนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถค้นพบสาเหตุของปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง (Volcanic Lightning) โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งสมมุติฐานว่า ปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง นั้นน่าจะคล้ายการเกิด พายุสายฟ้า (Thunderstorms) และในการสัมนาเกี่ยวกับสภาวะอากาศ TPOD เมื่อ 17 กันยายน 2004 เหล่านักวิทยาศาสตร์ ได้สัมนากันว่าปรากฏการณ์นี้ อาจเกิดจากการที่อนุภาคของเถ้าภูเขาไฟเกิดการพุ่งชนกัน ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตขึ้นในอนุภาคของเถ้าภูเขาไฟ และเป็นเหตุให้เกิดฟ้าผ่าขี้นขณะเกิดภูเขาไฟระเบิด และเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีสมมุติฐานใหม่ ว่าอาจเกิดจากที่เเม็กม่าได้ปลดปล่อยความชื้นออกมา

a

 

ทำไม การระเบิดของภูเขาบางครั้งจึงเกิด โวลเคนิก ไลทนิ่ง

ทำไมจึงเกิดปรากฏหการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง แค่บางครั้ง การระเบิดบางครั้งที่ปล่อยเถ้าภูเขาไฟจำนวนมาก แต่เกิดฟ้าผ่าเพียงเล็กน้อย หรือไม่เกิดฟ้าผ่าเลย แต่การระเบิดบางครั้งที่มีเถ้าภูเขาไฟน้อย แต่เกิดฟ้าผ่าจำนวนมาก หินภูเขาไฟที่พ่นออกมาสามารถอธิบายได้ว่าถ้าหินภูเขาไฟมีความต้านทานไฟฟ้าสูง จะมีโอกาศที่จะเกิดปรากฎการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง มากขึ้น จึงอาจจะอธิบายได้จากอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน อย่างสายไฟไส้ทองแดง (ทองแดงมีความต้านทานไฟฟ้าต่ำ) สายไฟจะไม่เกิดความร้อนและประกายไฟขึ้น แต่ถ้ากระแสไฟฟ้าขนาดเท่ากันไรผ่าน ทังค์สแตน (ไส้หลอดไฟ) จะเห็นว่าไส้หลอดจะเกิดแสงสว่าง และความร้อนขึ้น

a
เหตุการณ์ ภูเขาไฟ Sakurajima ระเบิด เมื่อ 18 พฤษภาคม 1991 พร้อมกับการเกิด ปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง (Volcanic Lightning) เครดิตรูปภาพโดย Sakurajima Volcananological Observatory

a
เหตุการณ์ ภูเขาไฟ Pinatubo ในประเทศฟิลิปปินส์ ระเบิด ในปี 1991 พร้อมกับการเกิด ปรากฏการณ์ โวลเคนิก ไลทนิ่ง (Volcanic Lightning)

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ รุ้งกินน้ำ สวยที่สุดในโลก

a

รุ้งกินน้ำ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการที่แสงได้เกิดการหักเหในละอองน้ำ สะท้อนออกมาทำให้เห็นสีของแสงทั้ง 7 สี คือ สี ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง

a
รุ้งกินน้ำ สองตัว ซ้อนกัน ภ่ายที่ทุ่งใน Whitestone , Alaska

a
รุ้งกินน้ำ สองตัวซ้อนกัน และมีเงาสะท้อนรุ้งกินน้ำในน้ำด้วย ภาพภ่ายที่ Kansas , สหรัฐอเมริกา

a
ภาพ รุ้งกินน้ำ สุดสวยน้ำอาดจะดูผิดธรรมชาติ เนื่องจากการใช้เทคนิคภ่ายที่เรียกว่า " HDR Technique "

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ กองทัพคลื่น แห่งแม่น้ำอเมซอน (Pororoca)

a

Pororoca คือ ปรากฏการ์ณธรรมชาติที่จะเกิดประมาณสองปีครั้ง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม จากการที่น้ำจากมหาสมุทรแอตแลนติก ( Atlantic Ocean ) ไหลย้อนขึ้นมาในแม่น้ำอเมซอน ประเทศบราซิล และก่อให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ คลื่นน้ำที่วิ่งต่อๆกันมา ยาวที่สุดในโลก บริเวณปากแม่น้ำ
ลักษณะ ของ กองทัพคลื่น แห่ง แม่น้ำอเมซอน โดยปรากฏการณ์นี้ได้ชื่อว่า "Pororoca" ซึ่งมาจากภาษาพื้นเมืองของชนเผ่า Tupi ที่แปลว่า มหาเสียงกัมปนาท "great destructive noise" เนื่องจากเสียงจากการเกิดคลื่นนี้สามารถได้ยินล่วงหน้ากว่า 30 นาที ก่อนที่คลื่นจะเคลื่อนตัวมาถึง และมันยังทรงไปด้วยอนุภาพในการทำลายล้าง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้ามัน ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใหญ่ บ้านชาวพื้นเมือง รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่หาญกล้าท้าทายมัน แต่ก็ยังมีมนุษย์ที่ไม่ยำเกรงมัน กับหลงไหลในพลกำลัง รวมตัวกันโต้คลื่นโดยเริ่มตั้งแต่ปี 1999 แต่นั้นก็เต็มไปด้วยอันตราย เนื่องจากคลื่นน้ำนั้นเต็มไปด้วย เศษไม้ ซุง ซึ่งพร้อมจะเข้ามากระแทรกนักโต้คลื่นได้ทุกเวลา จากการบันทึก นักโต้คลื่นชาวบราซิลเรี่ยน ชื่อว่า Picuruta Salazar สามารถโต้คลื่นได้เป็นระยะทางกว่า 12.5 กิโลเมตร เป็นเวลากว่า 37 นาที

a
ยังมีนักโต้คลื่น เป็นจำนวนมากที่หลงใหล ในคลื่น Pororoca และพร้อมจะเสี่ยงเพื่อสัมผัสมัน และทำให้มันได้รับระดับความน่ากลัว
FEAR FACTOR : High

a
คงไม่มีปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือสถานที่ไหนที่จะนำคุณมาพบ กองทัพ คลื่น ยาวที่สุดในโลก เช่น Pororoca

 

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ทะเลโฟม (Whipping Cream Ocean)

a

Whipping Cream Ocean เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทางเหนือของ เมืองซิดนี่ย์ (Sydney) ที่ยัมบา (Yamba) ของ นิวเซาธ์เวลส์  (New South Wales) และได้แปรเปลี่ยนชายฝั่งเป็น คาปูชิโนใน (Cappuccino Coast) ฟองโฟนได้กลืนกินทั้งหาด และอาคารสิ่งก่อสร้างไปกว่าครึ่งหลังที่ก่อสร้างอยู่ริมชายหาด ไม่เว้นแม้แต่ศูนย์หน่วยกู้ภัยชายหาดท้องถิ่น ฟองโฟนนี้นกินอาณาบริเวณออกไปกว่า 30 ไมล์จากชายฝั่ง
โดยนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายถึงสาเหตุของปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ไว้ว่าเกิดจาก ความบังเอิญหลายอย่างที่ลงตัว ฟองโฟมเหล่านี้ไม่ได้เกิดสิ่งสวยงาม แต่มันเกิดจากสิ่งสกปรกต่างๆ ที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น ทำให้ทะเลสกปรก, เกิดจากเกลือ, เกิดจากปฎิกริยาทางเคมี, การเน่าเปื่อยของซากพืช ซากสัตว์ในทะเล ปลา ที่เกิดจากน้ำเสียที่มนุษย์ไ้ด้สร้างขึ้น เมื่อทุกอย่างมารวมตัวกันด้วยส่วนผสมที่ลงตัว และมีคลื่นที่เคลื่อนตัวแล้วม้วนตัวลงก็จะทำให้เกิดฟอง และเมื่อคลื่นได้เคลื่อนมากระทบฝั่งจะคลายฟองออกมาสะสมอยู่ที่ริมชายหาดสะสมตัวขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ

a
เหล่าเด็กต่างสนุกสนานต่ิอปรากฏการณ์ประหลาดนี้ และลงไปเล่นกันทั้งดำผลุดดำว่าย

a
ไม่เว้นแม้แต่วัยรุ่นสาวกลุ่มนี้ต่างก็แต่งชุดว่ายน้ำลงมาเล่นฟองโฟนกันอย่างสนุกสนาน แต่ถ้ารู้ถึงสาเหตุของโฟมเหล่านี้แล้ว ก็ไม่รู้จะยังสนุกกันหรือไม่

 

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เสาเพลิงหมุน น่ากลัวที่สุด

a

Fire whirl เสาเพลิงหมุน หรือมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการอื่นอีกเช่น ไฟปีศาจ (Fire devil) หรือ โทร์นาโดไฟ (Fire tornado) เป็น หนึ่งใน ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ยากยิ่งที่จะเกิดขึ้น และพบเห็นได้ เนื่องจากจะต้องอยู่ในสภาวะเฉพาะ (คือจะต้องมีั อุณหภูมิอากาศที่เหมาะสม และกระแสลมที่เหมาะสม เท่านั้น) และเมื่อทุกอย่างเหมาะสม จะเกิด เสาเพลิงหมุนวน ในแนวดิ่งขึ้น

เหตุการณ์ เสาเพลิงหมุน ในอดีต สุดสพรึง

1923 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ครั้งใหญ่ในคันโต (Great Kanto Earthquake) ขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นเสาเพลิงหมุน ขนาดใหญ่ขึ้นโดยกินเวลา 15 นาทีและในเหตุการณ์แผ่นดินไหว และเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 38,000 คน และทำให้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ไปทั้งเมือง
a
รูปภาพ เมืองที่เหลือแต่เถ้าถ่านจาก มหาเพลิงไหม้ หลังจากเหตุการณ์ Great Kanto Earthquake

a

a

a

ขอบคุณ:http://wowboom.blogspot.com/

หอบาเบล ต้นกำเนิดของภาษาบนโลก

หอคอยบาเบล (Tower of Babel)

พระธรรมปฐมกาล บทที่ 11 ข้อ 7 กล่าวว่า “มาเถิดเราจงลงไป ทำให้ภาษาของเขาวุ่นวายต่างกันไป อย่าให้เขาพูดเข้าใจกันได้” เป็นข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงว่า ที่หอบาเบลเป็นจุดกำเนิดของภาษาหลายพันภาษาในโลกนี้ เนื่องจากมนุษย์ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อพระเจ้าโดยการสร้างหอบาเบล พระองค์จึงทำให้พูดกันคนละภาษาเพื่อให้สื่อสารกันไม่เข้าใจทำให้สร้างหอบาเบลไม่สำเร็จ

 

หอบาเบล เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีจุดมุ่งหมายให้สูงไปถึงสวรรค์ เกิดจากความสามัคคีของมนุษย์ ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมโลก จากลูกหลานของโนอาห์ ได้ขยายพงศ์พันธุ์แผ่ไพศาลออกไป แต่ทั่วทั้งโลกต่างพูดภาษาเดียวกัน และมีศัพท์สำเนียงเดียวกัน ผู้คนในยุคนั้นจึงได้ร่วมกันสร้างหอบาเบล โดยมีความมุ่งหมายเพื่อที่จะสร้างเป็นหอเทียมฟ้า สร้างชื่อเสียงไว้ และเป็นแหล่งรวมอารยธรรมของมนุษย์ไว้ด้วยกัน

การสร้างหอบาเบล เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กัยมนุษยชาติ ซึ่งความภาคภูมิใจนี้ ก็นำมาซึ่งความหยิ่งผยอง คิดท้าทายพระเจ้า ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าจึงทรงบันดาลให้เกิดภาษาที่แตกต่างกัน ทำให้มนุษย์สื่อสารกันไม่เข้าใจ การก่อสร้างหอบาเบลจึงหยุดชะงักลงเพียงนั้น


     Prof. Alfredo Trombetti และ Max Mueller ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางภาษา พบว่า ภาษาเป็นพันๆ ในโลกนี้ สามารถสืบเสาะกลับไปสู่ภาษาดั้งเดิมภาษาเดียวได้
    

     เรื่องราวของหอบาเบล ไม่ได้ถูกบันทึกเฉพาะในพระคัมภีร์ไบเบิลเท่านั้น แต่ยังมีในจารึกของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ ของบาบิโลนอีกด้วย
    

     Prof. Oppert ได้อ่านภาษา คิวนิฟอร์ม (cuneiform) ซึ่งถูกจารึกโดยเนบูคัสเนซซาร์ ถึงหอคอย  บาร์ซิปปา (Barzippa) หรือ ทั้ง-ทาวเออร์ (Tongue-tower) หอคอยดังกล่าวถูกสร้างขึ้นโดยนิมโรด ปฐมกษัตริย์แห่งบาบิโลน เนบูคัดเนซซาร์ตั้งใจจะบูรณะหอคอยนี้ขึ้นใหม่ ซึ่งถูกทำลายลง 1,600 ปีก่อนหน้านั้น

     จารึกตอนหนึ่งของเนบูคัสเนซซาร์ ที่น่าสนใจคือ “กษัตริย์พระองค์ก่อนได้สร้างมันขึ้นมา แต่ไม่สามารถสร้างยอดของมันให้สำเร็จได้ และเนื่องจากเวลาที่ยาวนาน ประชาชนได้พากันละทิ้งมันไป โดยไม่สามารถสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ”

     ปัจจุบันกรุงบาบิโลน เป็นเมืองเก่า อยู่ทางตอนใต้ 60 ไมล์จากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก

พระเจ้ารักษาภาวะโลหิตเป็นพิษและมะเร็ง

พระนามหนึ่งของพระเ้จ้าคือ "เยโฮวาห์ ราฟา" หมายถึง "พระเจ้าแพทย์ของเจ้า" นั่นคือพระองค์ทรงเป็นแพทย์ผู้รักษาผู้ที่ร้องทูลต่อพระองค์ให้หายจากความเจ็บป่วย

กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิต (CARE)

คริสเตียนในครอบครัวโฮปล้วนคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการเข้าร่วมกลุ่มสามัคคีธรรมที่เรียนว่า กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิต หรือ กลุ่มแคร์

ภาพการทำแคร์ของทีมนมัสการ

สามัคคีธรรม หมายถึง การมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกันจนถึงระดับที่มีการเข้าส่วนร่วมชีวิต เป็นหุ้นชีวิตของกันและกัน จนแสดงออกมาเป็นการกระทำที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบ่งเบาภาระปัญหากันร่วมรับรู้ พระเจ้าปราถนาให้ชีวิตคริสเตียนสามัคคีธรรมกับพระองค์และต่อกันอย่าลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อชีวิตของเราจะได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาให้ถึงความไพบูลย์ในพระเยซูคริสต์

ในกลุ่มแคร์มีสมาชิกประมาณ 5-10 คนนั้น สมาชิกแต่ละคนสร้าความสัมพันธ์กันและรู้จักกันอย่างทั่วถึง ทำให้เกิดการแบ่งปันประสบการชีวิต การเรียนรู้พระเจ้าของตนเองในชีวิตประจำวัน คำพยานเรื่องการอัศจรรย์ และการช่วยเหลือของพระเจ้าในด้านต่างๆ มีโอกาสแบ่งเบาภาระร่วมทุกข์ร่วมสุขในปัญหารวมทั้งพระพรของพี่น้องในทุกๆอย่างอย่างจริงใจ นอกจากนี้ยังรวมถึงความช่วยเหลือในภาคปฏิบัติแก่กันและกันนอกเวลาการประชุมด้วย

กุญแจแห่งการสามัคคีธรรม

1. การสามัคคีธรรมที่แท้จริง (1ยน.1:3-4 )
พระองค์ตรัสว่า เรานี่แหละ คือ ชีวิตนิรันดร์ คือที่เรารู้จักพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว การดำเนินชีวิตคริสเตียนที่แท้จริงจะต้องรักษาวิถีให้อยู่ในความสัมพันธ์กับพระเจ้าอย่างต่อเนื่องและมีความสามัคคีธรรมแท้จริงในชีวิต “การรักษาการสามัคคีธรรมนำเราสู่ความรอดอันสมบูรณ์ ก็คือ การสามัคคีธรรมกับพี่น้องผู้เชื่อ”

2. การแสดงออกในการดำเนินชีวิตแห่งการสามัคคีธรรมแท้จริง (1ยน.1:5-2:11)

3. “ดำเนินชีวิตอยู่ในความสว่างจึงเป็นการดำเนินชีวิตอยู่บนความจริงแห่งสัจธรรมเพื่อแสดง ถึงความดีทางด้านจริยธรรม” (ฮบ 9:14, กจ.20:28) 
อย่ามัวรีรอหรือประนีประนอมในการดำเนินชีวิตอยู่กึ่งกลางระหว่างชีวิตเก่าและชีวิตใหม่

4. กุญแจที่นำให้สัมผัสกับความรักจากพระเจ้า คือ การเชื่อฟังและแสดงออกด้วยการมีชีวิตที่ประพฤติตามพระวัจนะ

5. การมีสามัคคีธรรมกันอย่างลึกซึ้งมิได้เกิดขึ้นเฉพาะเพียงการมาร่วมกลุ่มสามัคคีธรรม(ลนต.19:18)

บทความ อื่นๆ ...

ชมรมเสริมทักษะ

มานาประจำวัน

Worship HOPE

Open in new window

Map Link

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 309844
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday9
mod_vvisit_counterYesterday124
mod_vvisit_counterThis week740
mod_vvisit_counterLast week65417
mod_vvisit_counterThis month9
mod_vvisit_counterLast month70537
mod_vvisit_counterAll days540109

We have: 1 guests online
Your IP: 54.82.217.75
 , 
Today: ส.ค. 01, 2014